Windows

วิธีใช้ Task View บน Windows 11

หลังจากที่ Microsoft มีการปล่อย Windows 11 ออกมา ก็ได้รับเสียงตอบรับจากผู้ใช้งานค่อนข้างดี โดยให้ความรู้สึกแปลกใหม่กว่า Windows เวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ ด้วย Interface หรือ หน้าจอที่ทำออกมาค่อนข้างเรียบง่าย มีความคล้ายกับ Mac OS อยู่พอสมควร และจุดหนึ่งที่ค่อนข้างเป็น Highlight เลยก็คือ Task View

Task View บน Windows 11 คืออะไร

Task View เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับดู Task หรืองานต่าง ๆบนหน้าจอ Windows ที่สามารถบริหารจัดการให้เป็นระบบมากขึ้น โดยเราสามารถสร้าง Desktop เสมือนขึ้นมาหลาย ๆ Desktop เพื่อใช้งานที่แตกต่างกันได้  เช่น หน้าจอ Desktop สำหรับทำงาน, หน้าจอ Desktop สำหรับเล่นเกม, หน้าจอ Desktop สำหรับเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ก เป็นต้น จะเห็นได้ว่าเราสามารถที่แยก Task งานไว้เป็นหมวดหมู่ในแต่ละ Desktop ได้ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน และสามารถสลับหน้าจอกันทำงานได้อย่างง่ายดาย

เริ่มต้นใช้งาน Task View บน Windows 11

1. คลิกแท็บไอคอน Task view  จะแสดงหน้าจอย่อยของ Desktop ที่ใช้งานอยู่ว่ามี Task งานอะไรบ้าง โดยเราสามารถเพิ่ม Desktop ใหม่ได้ คลิกที่ “New desktop

2. เมื่อกดเพิ่ม desktop จะขึ้น “Desktop 2” ขึ้นมา ให้คลิกเข้าไปเพื่อใช้งานใน Desktop 2

3. จะเห็นว่าใน Desktop 2 ไม่มี Task งานใด ๆ เนื่องจากเรายังไม่ได้มีการสร้างงานอะไรไว้ในหน้าจอ Desktop นี้ เราสามารถเปลี่ยนธีมของหน้าจอ Desktop แต่ละหน้าจอได้ตามต้องการ

4. เมื่อเรามีหน้าจอ Desktop หลาย ๆหน้าจอ เราสามารถที่ view ดูแต่ละ Desktop ได้ว่า มี Task งานอะไรอยู่บ้าง โดยเพียงแค่วางเม้าส์บน Desktop นั้น ๆ

5. ในกรณีที่ต้องการออกจาก Desktop ที่สร้างขึ้น สามารถคลิกที่กากบาทได้ทันที โดย Task view จะทำการลบ Desktop นั้นออก พร้อมกับปิด Task งานทั้งหมดที่อยู่ใน Desktop นั้นออกไปด้วย

6. และหากต้องการปิดไอคอน Task view ออกจาก Task bar สามารถเข้าไปที่ Settings -> Personalization -> Taskbar แล้วเลื่อนปิด “Show Task view button” ได้ หรือจะคลิกขวาแล้วเลือก “Unpin from taskbar” ก็ได้เช่นเดียวกัน

จุดเด่นของ Task view ใน Windows 11 เป็นการเข้ามาช่วยให้เกิดการใช้งาน Windows ได้อย่างอิสระมากขึ้น สามารถแยก Desktop สำหรับประเภทของการใช้งานได้  ลดความซ้ำซ้อนและจำนวนงานบน Taskbar ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามการสร้าง Desktop จำนวน ๆมากใน Task view อาจจะส่งผลต่อทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งควรจะมีขนาด RAM (Random Access Memory) ที่เพียงพอต่อการใช้งานด้วย

Similar Posts