Crypto

วิธี Staking เหรียญคริปโตบน Binance

ในการลงทุนเทรดเหรียญคริปโตตลาดจะมีทั้งช่วงขาขึ้น(Bullish) และขาลง(Bearish)  ในช่วงที่ตลาดคริปโตเป็นขาลงหลายคนอาจจะประสบปัญหาเหรียญที่ถืออยู่ติดดอย การตัดสินใจคัทลอสออกมาในช่วงที่ราคาเหรียญตกลงมาก ๆอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับแนวทางและวิธีการลงทุนของแต่ละคน  บางคนอาจจะคัทลอสออกมาแล้วหาจุดเข้าซื้อใหม่ หรือ บางคนอาจจะเลือกที่จะอยู่นิ่ง ๆรอให้ราคากลับขึ้นไปใหม่  สำหรับคนที่เป็นสาย HODL ที่พร้อมจะถือเหรียญในระยะยาวอยู่แล้ว แทนที่เราจะปล่อยเหรียญให้อยู่เฉย ๆรอวันขึ้นไปไฮท์เดิมหรือสูงกว่านั้น เราอาจจะเลือกวิธีการนำไป Staking เพื่อรับดอกเบี้ยได้ ซึ่งในหลาย ๆเว็บ Exchange ก็มีบริการนี้ รวมทั้ง Binance ด้วย

Staking คืออะไร

Staking เป็นรูปแบบของการนำเหรียญคริปโตไปทำการ “ล็อค” หรือ “ฝาก” เก็บไว้ในระยะเวลาที่กำหนด โดยผ่านอัลกอริธึมในการตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรมบนบล็อคเชน หรือ Proof-of-Stake (PoS)  โดยรางวัลและผลตอบแทนจากการ Stake ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์ม และ แต่ละเหรียญอาจจะได้รับดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน ซึ่งอัลกอริธึม PoS นี้จะอนุญาตให้นักลงทุนที่นำเหรียญเข้ามา Stake มีสิทธิ์ในการเข้าร่วมโหวตทิศทางในการพัฒนาของเหรียญนั้น ๆได้อีกด้วย

วิธี Staking เหรียญคริปโตบน Binance

1. ทำการล็อกอินเข้าแอพ Binance ให้เรียบร้อย ในหน้าจอหลักให้คลิกที่เมนู “more

2. จากนั้นเลื่อนหน้าจอมาที่ส่วนของ “Earn” แล้วคลิกที่เมนู “Staking

3. ในหน้า Staking ของ Binance จะมีให้เลือก 2 แบบ คือ Staking กับ DeFi Staking

Staking จะเป็นการนำเหรียญไปทำการล็อคเอาไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด และต้องรอจนกว่าครบกำหนดถึงจะได้รับเป็นดอกเบี้ยกลับมา โดยระยะเวลาที่จะล็อคเหรียญไว้มีให้เลือกตั้งแต่ 15 วัน, 30 วัน, 60 วัน, 90 วัน ขึ้นอยู่ในแต่ละเหรียญอาจจะมีระยะเวลาให้เลือกที่แตกต่างกัน

DeFi Staking  “Decentralized Finance”  บริการทางการเงินแบบกระจายอำนาจแก่ผู้ใช้ผ่านสัญญาอัจฉริยะบนบล็อกเชน ซึ่งเป็นบริการอีกรูปแบบหนึ่งที่ให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าร่วมโครงการ DeFi Mining ผ่าน Smart Contract โดยทาง Binance จะเลือกโครงการหรือผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย และ ให้ผลตอบแทนสูงสำหรับผู้ใช้งาน ซึ่งในบริการนี้จะมีเหรียญคริปโตให้เลือกทำ DeFi Staking เฉพาะเหรียญที่ทาง Binance เลือกมาเท่านั้น  ทั้งนี้ทาง Binance มีการเตือนเรื่องความเสี่ยง โดยจะไม่รับผิดชอบความเสียหายใด ๆที่เป็นผลมาจากปัญหาด้านความปลอดภัยของสัญญาบนเครือข่ายของแต่ละโครงการ

ในตัวอย่างเราจะเลือกใช้การ Staking แบบปกติ โดยให้ทำการค้นหาเหรียญที่ต้องการ Staking จะเห็นว่าในแต่ละช่วงเวลาของการ Stake จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน ให้เลือกระยะเวลาที่ต้องการ แล้วคลิกปุ่ม “Stake ตอนนี้

4. ในหน้าจอการ Stake จะแสดงรายละเอียด ระยะเวลาที่จะทำการ Stake, จำนวนเหรียญที่จะ Stake โดยจะมีการระบุจำนวนเหรียญขั้นต่ำ และ สูงสุดที่จะ Stake ในได้ช่วงเวลาดังกล่าว  ระบบจะทำการสรุป ช่วงเวลาที่จะถอนเหรียญ และ ดอกเบี้ยโดยประมาณในแต่ละวัน ให้ทำการกรอกจำนวนเหรียญที่ต้องการ Stake และ ติ๊กยอมรับเงื่อนไขในการ Stake เสร็จแล้วคลิกปุ่ม “ยืนยัน

ใน Binance นอกจากจะมีในส่วนของการ Staking เพื่อรับดอกเบี้ยแล้ว ยังมีรูปแบบการ Saving ที่เป็นลักษณะของการออมเหรียญซึ่งจะมีความยืดหยุ่นสูงกว่า แต่อัตราดอกเบี้ยจะน้อยกว่าการ Staking ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแผนของการลงทุนแต่ละคนว่าจะเลือกแบบไหน