Tips & Tricks

วิธีใช้สิทธิรับเงินคืน 15 เปอร์เซ็นจากโครงการชิมช้อปใช้ Cash Back

อีกหนึ่งสิทธิจากโครงการชิมช้อปใช้ที่ไม่ค่อยมีคนกล่าวถึงมากนัก อาจเป็นเพราะต้องเติมเงินเข้าระบบก่อนเพื่อซื้อสินค้าและบริการถึงจะได้รับสิทธิเงินคืนจากรัฐ 15% ซึ่งคนที่ยังใช้ระบบ G-Wallet ไม่คล่องอาจจะมองว่ามันค่อนข้างยุ่งยาก แต่เชื่อได้ว่าหากใครที่สามารถลงทะเบียนใช้สิทธิชิมช้อปใช้ 1,000 บาทได้แล้ว จะเริ่มเข้าใจการใช้จ่ายเงินผ่านระบบ G-Wallet มากขึ้น และอาจจะมีหลายคนที่พร้อมที่ใช้สิทธิชิมช้อปใช้ cash back 15% ต่อทันที ซึ่งสิทธินี้อาจจะเหมาะกับคนที่กำลังอยู่ในช่วงที่ต้องจับจ่ายสินค้าพอดี ทำความเข้าใจกับสิทธิชิมช้อปใช้ Cash Back 15% ก่อนช้อปปิ้ง – ต้องเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิจากโครงการชิมช้อปใช้ถึงจะสามารถใช้สิทธิรับเงินคืนได้ – ใช้แอปเป๋าตังชำระสินค้าและบริการผ่านแอปถุงเงินที่ร่วมโครงการชิมช้อปใช้ที่มีข้อความว่า “cash back 15%” โดยจะได้รับเงินคืนรวมแล้วไม่เกิน 4,500 บาท (หรือยอดเงินในการซื้อสินค้าไม่เกิน 30,000 บาท) – จะต้องใช้สิทธิภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันถัดไปที่ได้รับ SMS แจ้งลงทะเบียนชิมช้อปใช้สำเร็จ – หากเริ่มใช้สิทธิ G-Wallet 1 (สิทธิชิมช้อปใช้ 1,000 บาท)แล้ว จะสามารถใช้สิทธิ G-Wallet 1 และ G-Wallet…

Tips & Tricks

ขั้นตอนการใช้เงินชิมช้อปใช้ 1,000 บาทในแอปเป๋าตัง Paotang

หลังจากที่เราได้ทำการลงทะเบียนบนเว็บไซด์ ชิมช้อปใช้.com และ ยืนยันสิทธิบนแอปเป๋าตังเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก็คือการนำเงินที่อยู่ใน G-Wallet ไปชำระสินค้าและบริการที่ต้องการ โดยมีระยะเวลากำหนดภายใน 14 วันนับจากวันที่ได้การยืนยันสิทธิ์เท่านั้น หากเลยกำหนดดังกล่าวก็จะไม่สามารถใช้เงินชิมช้อปใช้ 1,000 บาทได้ และในการซื้อสินค้าและบริการด้วยสิทธิชิมช้อปใช้นั้นต้องเป็นร้านค้าที่สามารถรับชำระเงินผ่านแอป “ถุงเงิน” และต้องอยู่ในจังหวัดที่ระบุเอาไว้ตอนลงทะเบียน(จังหวัดที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว)เท่านั้น เราจะทราบได้อย่างไรว่ามีร้านค้าและบริการอะไรบ้างที่รับชำระผ่านแอป “ถุงเงิน” ? ในการตรวจสอบร้านค้าและบริการสามารถที่จะสืบค้นผ่าน ร้านถุงเงิน 1. ให้เลือกจังหวัดปลายทางที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยว(ที่ระบุไว้ตอนลงทะเบียน) เลือกประเภทร้าน แล้วคลิกปุ่ม “ค้นหา” 2. เมื่อเจอร้านค้าที่ต้องการแล้วสามารถคลิกดูแผนที่ได้ทันที จะเห็นว่ามีการปักหมุดร้านค้าบน google map เอาไว้ ช่วยให้สามารถทราบเส้นทางไปยังร้านค้าได้อย่างง่ายดาย 3. นอกจากนี้แล้วเราสามารถดูในมุมมองของแผนที่ทั้งหมดได้ว่ามีร้านค้าอะไรบ้างที่รับชำระผ่านถุงเงินในจุดหรือจังหวัดที่เราระบุเอาไว้ โดยคลิกปุ่ม “ดูแผนที่ทั้งหมด” โดยจะมีการแยกประเภทสินค้าและบริการออก ออกเป็นดังนี้ – ชิม เป็นร้านค้าประเภทของกิน เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น – ช้อป เป็นร้านค้าที่ขายสินค้าตามห้างซุปเปอร์มาเกตหรือร้านขายของชำ – ใช้ เป็นร้านค้าที่ให้บริการ เช่น บริการให้เช่าโรงแรม หรือ รีสอร์ท…

Tips & Tricks

ลงทะเบียนแอปเป๋าตัง เพื่อใช้เงิน 1,000 บาท ใน G-Wallet จากโครงการชิมช้อปใช้

หลังจากที่เราลงทะเบียนในหน้าเว็บ ชิมช้อปใช้.com และได้รับข้อความยืนยันจากเจ้าหน้าที่ว่าลงทะเบียนสำเร็จ เรายังไม่สามารถใช้เงิน 1,000 บาทจากรัฐบาลได้ เพราะยังมีขั้นตอนที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่ง คือ การลงทะเบียนกับแอปเป๋าตัง ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่เราจะสามารถใช้เงินดิจิตอล G-Wallet เพื่อใช้จ่ายสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ โดยในการใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการจะทำผ่านแอปเป๋าตังเท่านั้น ไม่สามารถเบิกออกมาเป็นเงินสดได้ นอกจากนี้การใช้จ่ายเงินที่อยู่ใน G-Wallet ต้องใช้จ่ายให้หมดภายใน 14 นับจากวันที่ได้รับข้อความยืนยันจากเจ้าหน้าที่ หรือ สามารถตรวจสอบช่วงเวลาจากข้อความที่เจ้าหน้าที่ส่งมาในมือถือ วิธีลงทะเบียนใช้แอป เป๋าตัง เพื่อใช้เงิน 1,000 บาท G-Wallet ในโครงการชิมช้อปใช้ 1. ให้ทำการดาวน์โหลดและตั้งแต่แอป เป๋าตัง (ทั้งจาก Play Store และ App Store) 2. เมื่อเปิดแอป เป๋าตัง ในครั้งแรกจะเป็นหน้าจอเข้าสู่ระบบ ให้กรอกเบอร์โทรศัพท์ แล้วกด Enter 3. ระบบจะส่งรหัสอ้างอิงเลข 6 หลักมายังเบอร์มือถือที่กรอก ให้นำเลขดังกล่าวมากรอกลงในช่องให้ถูกต้อง (หากไม่ได้หมายเลขให้คลิกปุ่ม “ขอรหัส OTP ใหม่”) 4. ทำการอ่านข้อตกลงและเงื่อนไขให้เข้าใจ…

Tips & Tricks

วิธีลงทะเบียน ชิมช้อบใช้ รับสิทธิ์ใช้เงิน 1,000 บาทฟรีจากรัฐบาล

เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนแล้วสำหรับโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ โดยรัฐได้เปิดให้ลงทะเบียนชิมช้อปใช้ได้ที่ www.ชิมช้อปใช้.com ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน – 15 พฤศจิกายน 2562 เท่านั้น ซึ่งจะจำกัดสิทธิ์การลงทะเบียนเพียง 10 ล้านคนเท่านั้น โดยจะเปิดรับการลงทะเบียนเพียงวันละ 1 ล้านคน จนกว่าจะครบ 10 ล้านคน ผู้ที่ได้สิทธิจะได้รับเงินผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งเป็นรูปแบบของของเงินดิจิตอล หรือ G-Wallet ที่เชื่อมต่อกับระบบของธนาคารกรุงไทย ในจำนวนเงินที่รัฐจัดให้ คือ 1,000 บาท โดยในการชำระค่าสินค้าและบริการจะทำผ่านแอป “เป๋าตัง” เฉพาะกับร้านค้าที่ร่วมโครงการที่ใช้แอป “ถุงเงิน” เท่านั้น ซึ่งผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้สิทธิได้ในช่วงวันที่ตั้งแต่ 27 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 62 เงื่อนไขในการลงทะเบียน ชิมช้อปใช้ 1. เป็นบุคคลสัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน 2. เป็นบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน 3. ต้องมีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนใช้ซิมที่ลงทะเบียนซิมเรียบร้อยแล้ว…

Line

ไลน์ไม่แจ้งเตือน พร้อมวิธีแก้ปัญหา

ปัญหาที่หลายคนมักเจอบ่อย ๆในการใช้แอปพลิเคชันไลน์ คือ ไลน์ไม่แจ้งเตือน เป็นเรื่องสร้างความหงุดหงิดให้ใครหลายคนเนื่องจากไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร เพราะการที่ไลน์ไม่แจ้งเตือนนั้นส่งผลห้เราไม่สามารถทราบได้ว่ามีข้อความจากใครที่ส่งมาหาเราบ้าง และในกลุ่มไลน์ใดมีการอัพเดทข้อความอะไรไปบ้าง ในบทความนี้เราจะมาสรุปสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไลน์ไม่แจ้งเตือนให้เพื่อน ๆลองตรวจสอบดูว่ามือถือของเราเข้ากับกรณีไหนได้บ้าง สรุปสาเหตุและวิธีแก้ปัญหา ไลน์ไม่แจ้งเตือน 1. สาเหตุแรกอาจจะเกิดจากการปิดการตั้งค่าการแจ้งเตือนไลน์เอาไว้ วิธีแก้ปัญหา ให้เราไปที่การตั้งค่าในแอปไลน์ใน “ตั้งค่า > การแจ้งเตือน” ของไลน์ ตรวจสอบดูว่าเราได้มีการเปิดการแจ้งเตือนไว้หรือยัง 2. สาเหตุอาจจะเกิดจากการตั้งค่ามือถือที่ไม่อนุญาตให้มีการแจ้งเตือนในแอปพลิเคชันไลน์ วิธีแก้ปัญหา ให้เราเข้าไปที่การตั้งค่าของโทรศัพท์มือถือ(รูปฟันเฟืองในหน้าจอหลัก) “ตั้งค่า > การแจ้งเตือน > Line” เมื่อคลิกเข้าไปแล้วให้ตรวจสอบดูว่าได้มีการเปิดอนุญาตให้มีการแจ้งเตือนเอาไว้หรือไม่ 3. สาเหตุอาจจะเกิดจากการแอปพลิเคชันไลน์ไม่ได้ทำงานอยู่เบื้องหลัง ซึ่งอาจจะเกิดจากการเคลียร์แอปออกจากหน้าจอทั้งหมด เพื่อคืน resource ให้กับระบบ หรือ คืนพื้นที่ให้ RAM มีประสิทธิภาพมากขึ้น วิธีแก้ปัญหา ให้ทำการล็อกแอปไลน์ไม่ให้ถูกเคลียร์ออกจากหน้าจอเมื่อมีการเคลียร์แอปทั้งหมด เพื่อให้ไลน์คงสถานการณ์ทำงานเอาไว้ให้สามารถแจ้งเตือนข้อความได้ (ล็อกแอปไลน์ให้มีรูปกุญแจปิดล็อกไว้) 4. สาเหตุอาจจะเกิดจากห้องสนทนานั้นถูกปิดการแจ้งเตือนเอาไว้ วิธีแก้ปัญหา เข้าไปที่ห้องสนทนาที่ต้องการให้แจ้งเตือนตรวจสอบดูว่าได้เปิดการแจ้งเตือนเอาไว้หรือยัง 5. สาเหตุอาจจะเกิดจากแอปบางประเภทที่เข้าไปทำให้ระบบอินเทอร์เน็ตหยุดการทำงานหรือ sleep ไปเมื่อหยุดการใช้งาน วิธีแก้ปัญหา ให้ลบแอปนั้นออกจากมือถือ สำหรับเพื่อน…

Windows

วิธีสร้างไฟล์ Microsoft Word ให้เป็นแบบ Read Only อ่านได้อย่างเดียว

ในปัจจุบันบริษัทหรือองค์กรต่าง ๆนิยมใช้โปรแกรม Microsoft Word กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่ใช้พิมพ์งานด้านเอกสารแบบครบวงจร อีกทั้งการเก็บข้อมูลรักษาข้อมูล ความปลอดภัยของข้อมูลในรูปแบบเอกสารไฟล์ดิจิตอลมีความปลอดภัยและบำรุงรักษาง่ายกว่าแฟ้มเอกสารที่เป็นกระดาษ อย่างไรก็ตามด้วยรูปแบบเอกสารที่เป็นดิจิตอลอาจจะทำให้เกิดการคัดลอกข้อมูลได้ง่าย ซึ่ง Microsoft Word เองก็เป็นโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาให้สามารถปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ง่ายอีกด้วย หากเราต้องการปกป้องข้อมูลไม่ให้สามารถเปลี่ยนแปลงข้อความจากไฟล์เอกสาร Word จะทำอย่างไร บทความนี้เราจะมาแนะนำวิธีการทำให้ไฟล์ Microsoft Word เป็น Read Only สามารถอ่านได้อย่างเดียวเพื่อให้ต้นฉบับเอกสารมีข้อความอยู่ครบถ้วนนั่นเอง วิธีสร้างไฟล์เอกสาร MS Word ให้เป็นแบบ Read Only (ในบทความจะยกตัวอย่างการใช้งานบน Microsoft Word 2007) 1. ให้ทำการเปิดโปรแกรม Microsoft Word ขึ้นมา พิมพ์ข้อความใด ๆลงในเอกสาร 2. ทำการบันทึกเอกสาร โดยคลิกที่ไอคอน Save เสร็จแล้วตั้งชื่อเอกสาร กดปุ่ม “บันทึก” 3. ในหน้า Word ให้เราคลิกที่เมนู “ตรวจทาน” แล้วไปที่ “ป้องกันเอกสาร ->…

Tips & Tricks

วิธีลบรหัสผ่านออกจากเอกสาร PDF

เอกสาร PDF ที่ไม่ต้องการเปิดเผยให้สาธารณะเห็นมักจะมีการตั้งรหัสผ่านเอาไว้เพื่อป้องการเข้าถึงข้อมูลในเอกสาร PDF นั้น ๆ และป้องกันการคัดลอกไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วย อย่างไรก็ตามเอกสารที่เราได้มาอยากถูกต้องพร้อมกับรหัสผ่านจากเจ้าของไฟล์ก็มีปัญหาที่อาจจะสร้างความรำคาญในการใช้งานได้ โดยเฉพาะเมื่อเปิดไฟล์ทุกครั้งจะมีการถามหารหัสผ่าน ซึ่งบางครั้งเราอาจจะจำรหัสผ่านไม่ได้ด้วย วิธีการแก้ปัญหานี้เราจึงต้องทำการลบรหัสผ่านออกจากไฟล์ PDF โดยในการลบ Password เอกสาร PDF ทำได้ 2 วิธี คือ 1. ลบรหัสผ่านด้วยการบันทึกเป็นเอกสาร PDF ใหม่ขึ้นมาโดยใช้เบราเซอร์ Chrome 2. ลบรหัสผ่านด้วย Adobe Acrobat Pro โดยก่อนที่จะทำการลบรหัสผ่านไฟล์ PDF จำเป็นต้องมีรหัสเพื่อเปิดไฟล์ PDF นั้นขึ้นมาก่อน จากนั้นจึงจะสามารถใช้วิธีการลบรหัสทั้ง 2 วิธีข้างต้น การลบรหัสผ่านไฟล์ PDF ด้วยการบันทึกเป็นเอกสาร PDF ใหม่ วิธีนี้จะยกตัวอย่างการบันทึกเอกสารด้วยเบราว์เซอร์ Google Chrome 1. ทำการเปิดไฟล์ PDF โดยการคลิกขวาที่ไฟล์ PDF ที่ต้องการ “Open with ->…

Email

วิธีตรวจสอบไฟล์แนบทั้งหมดในอีเมล์ Hotmail หรือ Outlook.com

ในการกล่องจดหมายของอีเมล์(Inbox) เมื่อมีอีเมล์จำนวนมาก ๆและผ่านไประยะเวลานาน การที่จะค้นหาไฟล์แนบในอีเมล์ฉบับใดฉบับหนึ่งนั้นจะค่อนข้างยาก ในอดีตเราอาจจะต้องใช้วิธีการไล่เปิดดูอีเมล์ทีละฉบับ ปัจจุบัน Outlook.com ได้พัฒนาฟีเจอร์สำหรับการค้นหาและแสดงผลข้อมูลไฟล์แนบที่อยู่ในกล่องจดหมายทั้งหมดแสดงขึ้นมาให้เราดูได้ สามารถที่กรองหาตามประเภทไฟล์ หรือ ช่วงเวลาที่ต้องการได้ และแสดงผลแบบเรียงลำดับ(Sort) ตามวันที่ ตามชื่อผู้ส่ง ช่วยให้การติดตามไฟล์แนบเก่า ๆในอีเมล์ Outlook.com ทำได้ง่ายยิ่งขึ้น วิธีแสดงไฟล์แนบทั้งหมดบน Hotmail หรือ Outlook.com 1. ทำการล็อกอินเข้าระบบ outlook.com ให้เรียบร้อย จากนั้นคลิกที่เมนู “ไฟล์” 2. Outlook จะทำการเปิดหน้าจอใหม่เพื่อแสดงผลไฟล์แนบทั้งหมดออกมา ซึ่งมีรายละเอียดประกอบด้วย ชื่อไฟล์ ผู้ส่ง หัวเรื่อง วันที่รับอีเมล์ เป็นต้น (ในกรณีที่เราต้องการให้แสดงผลเรียงลำดับสามารถคลิกที่ชื่อรายการนั้น ๆได้ทันที) 3. ในกรณีที่ไฟล์แนบมีจำนวนมาก เราก็สามารถที่จะกรองเพื่อให้แสดงผลเฉพาะไฟล์แนบที่เราต้องการได้ โดยคลิกที่ “ตัวกรอง” จากนั้นเลือกรูปแบบการกรองที่ต้องการ 4. นอกจากนี้เราสามารถที่จะจัดการกับไฟล์แนบนั้น ๆได้ ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ผ่านอีเมล์ การดาวน์โหลด หรือสั่งพิมพ์ โดยคลิกเลือกไฟล์แนบนั้นจะมีเมนูแสดงขึ้นมาด้านบน จะเห็นว่าคุณสมบัติการสืบค้นไฟล์แนบของ Outlook.com ออกแบบมาได้ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี…

Line

วิธีย้ายไลน์เดิมไปโทรศัพท์เครื่องใหม่และแชทไลน์ไม่หาย

จัดเป็นปัญหาสุดฮิตสำหรับหลายคนเลยก็ว่าได้ ในกรณีการเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ใหม่แต่ไม่รู้จะใช้ไลน์เดิมหรือย้ายไลน์เดิมไปเครื่องใหม่ได้อย่างไร บางคนถึงกับตัดปัญหาดังกล่าวด้วยการสร้างบัญชีไลน์ขึ้นมาใหม่ แต่สำหรับบางคนที่ไม่สามารถสร้างบัญชีใหม่ได้เนื่องจากบัญชีเก่ามีข้อมูลหลายอย่างที่จำเป็นต้องใช้ เช่น ข้อมูลแชท ข้อมูลการซื้อขาย หรือ การเข้าร่วมกลุ่มไลน์ต่างๆ เป็นต้น ในบทความนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ใหม่แล้วใช้ไลน์เดิมโดยที่แชทไลน์ไม่หายไป เป็นที่ทราบกันดีกว่าบัญชีไลน์นั้นจะมีการผูกติดกับเครื่องโทรศัพท์เอาไว้ ในการใช้โทรศัพท์ใหม่แต่ละเครื่องหากยังไม่มีบัญชีไลน์ในเครื่องก็สามารถที่จะสร้างบัญชีไลน์ใหม่ในเครื่องได้ทันที แต่ถ้าหากเราจะทำการใช้บัญชีไลน์เก่าหรือไลน์เดิมในเครื่องใหม่นั้นทำได้ด้วยการต้องไปกำหนดค่าดังต่อไปนี้ (ในเครื่องเดิมและบัญชีไลน์เดิมเสียก่อน) ขั้นตอนการเตรียมพร้อมก่อนเปลี่ยนเครื่องใหม่ 1. เข้าไปในหน้าหลักของไลน์บนโทรศัพท์ แล้วคลิกเมนู “ตั้งค่า” 2. คลิกเลือกเมนู “บัญชี” 3. สังเกตค่าอีเมล์ว่ามีการลงทะเบียนอีเมล์ไว้หรือยัง หากยังให้ทำการลงทะเบียนอีเมล์เอาไว้ รวมทั้งกำหนดรหัสผ่าน (จำอีเมล์ และ รหัสผ่านที่ตั้งเอาไว้เพื่อใช้ในการเข้าระบบ) หลังจากทีเราเข้าไปตั้งค่าบัญชีอีเมล์ เท่ากับว่าบัญชีไลน์นี้สามารถที่จะโยกย้ายไปใช้งานกับโทรศัพท์เครื่องใหม่ได้ หรือแม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ แท็ปเล็ตก็ได้เช่นเดียวกัน และเพื่อให้การไปใช้เครื่องใหม่นอกจากบัญชีเดิมแล้วเราจะนำข้อมูลไลน์ไปด้วยจึงต้องทำการ Backup ข้อมูลดังนี้ วิธี Backup ข้อมูลแชท Line 1. เข้าไปในหน้าหลักของไลน์บนโทรศัพท์ แล้วคลิกเมนู “ตั้งค่า” 2. ในส่วนของการตั้งค่าพื้นฐานให้เลือก “แชท” 3. ในหน้าแชทให้เลือก “สำรองข้อมูล & เรียกคืนข้อมูลประวัติการแชท” 4. เมื่อเข้ามาในหน้าการสำรองข้อมูล…